OR_patapian.jpg

for presskit
please download below

something old, something new, something borrowed and something blue นิทรรศการโดย อ้อมขวัญ สาณะเสน Ormkwan Sanasen ชาติชาย สุพิณ Chartchai Suphin จิรัชยา พริบไหว Jiratchaya Pripwai ปาตาเพียร PATAPiAN และ นพนันท์ ทันนารี Noppanan Thannaree 23 JUL – 23 OCT 2022 นิทรรศการ something old, something new, something borrowed and something blue ว่าด้วยความหมายของความ โรแมนติกและบรรยากาศที่นำไปสู่การรับรู้อย่างโรแมนติก โดย อ้อมขวัญ สาณะเสน ชาติชาย สุพิณ จิรัชยา พริบไหว ปาตาเพียร และ นพนันท์ ทันนารี ที่ผลงานจะถูกจัดแสดงภายในนิทรรศการที่เลียนแบบความฟุ้งฝันของโศกนาฏกรรมความรักที่ไม่สมหวังอันลือเลื่องของ ขวัญ และ เรียม เป็นที่ประจักษ์ต่อความยิ่งใหญ่ของบทประพันธ์เรื่อง แผลเก่า โดย ไม้ เมืองเดิม จากการถูกหยิบเอามาสร้างเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์หลายครั้ง แต่บรรยากาศที่ถูกคงเอาไว้คือความน่าหลงใหลชวนให้ฝันถึงบรรยากาศชานเมืองบางกอก (กรุงเทพ ฯ) ที่วิถีชีวิตของผู้คนผูกโยงเอาไว้อย่างมากกับธรรมชาติและการเกษตร โครงเรื่องที่บรรยายถึงบรรยากาศเขตบางกะปิเอาไว้อย่างสวยงามและโรแมนติก ด้วยธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่สวยงามและการต้องพึ่งพาความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติเพื่อการดำรงชีวิต เปรียบให้เห็นลำดับความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติเมื่อเทียบกับมนุษย์ สิ่งนี้เชื่อมโยงถึงการบรรยายถึงบรรยากาศของความโรแมนติกที่เกิดขึ้นในยุโรปโดยนักปรัชญาชาวฝรั่งเศส Denis Diderot ว่า all that stuns the soul, all that imprints a feeling of terror, leads to the sublime. สะท้อนความเชื่ออีกรูปแบบที่เป็นคู่ขนานกับยุคแห่งการตื่นรู้ด้วยภาพเขียนธรรมชาติอันโหดร้ายทารุณต่อมนุษย์ผู้อ่อนแอ ทั้ง J.W.M Turner John Constable และศิลปินอีกหลายท่าน โดยประเด็นที่น่าสนใจของการเชื่อมโยงด้วยความโรแมนติกนี้คือ โครงเรื่อง นิยายรักแสนเจ็บปวดที่เกิดจากความขัดแย้งของสองครอบครัว และการต้องเลือก ของทั้ง แผลเก่า โดย ไม้ เมืองเดิม และ Romeo & Juliet โดย William Shakespeare ที่อาจมองได้ว่าการสร้างนวัตกรรมทางภาษาที่เรียกว่าความโรแมนติก โดย Shakespeare ในครั้งนี้ ได้ส่งอิทธิพลเข้ามาสู่ชาวไทยได้ไม่นาน แต่นับเป็นการสร้างความรับรู้ใหม่ทางภาษาครั้งยิ่งใหญ่และสำคัญครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ นิทรรศการ something old, something new, something borrowed and something blue ต้องการหยิบฉวยช่องว่างที่เกิดขึ้นบนเวลาและพื้นที่ มาบรรจุเอาไว้ในพื้นที่นิทรรศการของจริงใจแกลเลอรี เพื่อให้ผู้ชมได้เข้ามาร่วมตรวจสอบการจำลองช่องว่างทางเวลาในพื้นที่สมมติแห่งนี้ร่วมกัน โดยอาศัยประสบการณ์ร่วมของผู้ชมกับความสัมพันธ์ที่ผิดหวัง หรือ สมหวัง ที่นับวันจะกลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำอันพร่าเลือน เสริมให้เห็นบรรยากาศที่ชัดเจนขึ้นด้วยเครื่องใช้ไม้สอยในชีวิตประจำวัน และ บรรยากาศพื้นหลังที่เป็นส่วนสำคัญไม่แพ้กับตัวละครเอก ชาติชาย สุพิณ นำเสนอภาพเหมือนจากฉากตอนในภาพยนตร์แผลเก่าด้วยเทคนิคการเขียนงานจิตรกรรมเหมือนจริงด้วยสีอะครีลิคบนผ้าใบ ชาติชายตีความแง่มุมใหม่ผ่านการเขียนเหมือนจริง และผลงานจิตรกรรมของเขายังนับเป็นแนวความคิดเริ่มต้นในการบอกเล่าถึงความโรแมนติกในนิทรรศการครั้งนี้ เคียงข้างกันคือผลงานออกแบบเครื่องใช้จักรสานที่โดดเด่นด้วยการผสมผสานวัสดุธรรมชาติอย่างไม้ไผ่และลวดทองเหลือง ทองแดง และ เงินนิกเกิล รูปทรงที่เรียบง่ายแต่เกิดจากการลดทอนรูปทรงที่น่าสนใจของธรรมชาติ และความละเอียดประณีตด้วยภูมิปัญญาเดิมของช่างฝีมือที่ทำงานร่วมกับ ปาตาเพียร นอกจากนี้นิทรรศการยังถูกปกคลุมเอาไว้ด้วยผลงานจิตรกรรมสีน้ำมันภูมิทัศน์โดย นพนันท์ ทันนารี ที่เขายังคงระเบียบวิธีการทำงานเขียนนอกสตูดิโอเพื่อสังเกตและบันทึกแสงและสีธรรมชาติจากสถานที่จริง ยิ่งไปกว่านั้นนพนันท์ ยังทำการทดลองเกี่ยวกับสีและพู่กันที่เกิดจากวัสดุอื่น ๆ นอกเหนือจากสีและแปรงสำเร็จรูปอีกด้วย จิรัชยา พริบไหว สร้างผลงานปักผ้าที่ถ่ายทอดความรู้สึก และถ้อยคำที่เคยมีความหมายต่อเธอเอาไว้บนผ้าเช็ดหน้าทั้งสามผืนที่ถูกแขวนลอยในห้องนิทรรศการราวกับอดีตอันเจ็บปวดนั้นคือส่วนหนึ่งที่เธอโอบกอดเอาไว้ และผลงานชุดนี้ที่แม้จะแปลกตาแต่ยังคงเสน่ห์ของเธอเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม อ้อมขวัญ สาณะเสน สร้างผลงานจัดวางจากดอกไม้แห้งและเตียงโบราณ บังสายตาเอาไว้ด้วยมุ้งที่ถูกแขวนเต็มโถงส่วนกลาง อ้อมขวัญถ่ายทอดความรักที่เจ็บปวดอันเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำด้วยดอกไม้แห้ง ที่คงรูปทรงและความงามเฉกเช่นเดิม ศิลปินต้องการเชิญชวนให้ผู้ชมได้เดินเข้าไปมีส่วนร่วมกับผลงาน ผ่านผืนผ้าที่แขวนประดับเอาไว้ ณ ที่ซึ่งเวลากำลังทำหน้าที่ย้อนเอาความทรงจำของผู้ชมออกมา หากมองพื้นที่บางกะปิ กรุงเทพฯ ในปัจจุบันที่ความเป็นเมืองรุกเข้าไปจนธรรมชาติลดบทบาทลงเหลือเพียงหน้าที่ประดับตกแต่ง บางกะปิ อาจเป็นภาพแทนของความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลาที่ผ่านมา ความโรแมนติกที่เคยถูกตีความด้วยความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ถูกกลบด้วยนิยามอื่น ๆ ที่สังคมหยิบยื่นให้ ผู้คนในเมืองยังคงโหยหาและมองเห็นความเรียบง่ายจากการมองหรือสัมผัสเพียงด้านเดียว คำถามหลักของนิทรรศการคือ นิยามความโรแมนติกในปัจจุบันถูกมองและเข้าใจอย่างไร และแตกต่างอย่างไรจากต้นกำเนิดที่เกิดจากความเบื่อหน่ายต่อความตื่นรู้ นอกจากนั้นแล้ว วรรณกรรมและศิลปะ ซึ่งเคยทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่ในการเสนอภาพความโรแมนติกของยุคสมัย ณ เวลานี้แปรเปลี่ยนไปอย่างไร จริงใจแกลเลอรี ภูมิใจนำเสนอนิทรรศการกลุ่มที่ถ่ายทอดความโรแมนติก ซึ่งสะท้อนอย่างชัดเจนผ่านความสัมพันธ์เชิงความรัก กาลเวลาที่ผ่านไปทำให้ภาพความเปลี่ยนแปลงชัดเจนขึ้น จนเกิดเป็นจุดเริ่มต้นของนิทรรศการ something old, something new, something borrowed and something blue ในครั้งนี้ ที่อยากเชิญชวนผู้ชมให้เข้ามาร่วมสนทนาถึงช่องว่างที่เกิดขึ้นและยังดำเนินต่อไปตราบเท่าที่แสงยังคงเดินทาง นิทรรศการเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม จนถึงวันที่ 23 ตุลาคม 2565 ทุกวันอังคาร ถึง วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 18.00 น. วันเสาร์ และ อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.00 น. – 18.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์) เข้าชมฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยมีพิธีเปิดนิทรรศการอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 กรกฎาคม 2565 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ณ จริงใจแกลเลอรี ภายในโครงการจริงใจมาร์เก็ต ในเครือกลุ่มเซ็นทรัล